สารคดี พระชุมชนคนท้องถิ่น งานเขียนส่งเสริมพุทธศาสนาของไทย
ร่วมฟื้นฟูกิจการ โครงการซีเนี่ยร์คอมเพล็กซ์ประชารัฐ ประจำ ปี่ 2568 และ สารคดี พระชุมชนคนท้องถิ่น งานเขียนส่งเสริมพุทธศาสนาของไทย
สารคดี พระชุมชนคนท้องถิ่น
โครงการซีเนี่ยร์คอมเพล็กซ์ประชารัฐ ประจำ ปี่ 2567
ข่าวสารสัมพันธ์
on
กุมภาพันธ์ 14, 2568
ไม่มีความคิดเห็น:
10 พระเครื่องนิยมมีติดตัว ช่วยให้แคล้วคลาดปลอดภัย
ค้นพบพระพุทธรูปสวยงาม กลางลำน้ำโขง ประเทศลาว
10 พระเครื่องนิยมมีติดตัว ช่วยให้แคล้วคลาดปลอดภัย
พระเครื่องยอดนิยม
พระเครื่อง เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้การขับรถของคุณนั้นเป็นไปด้วยความอุ่นใจมากยิ่งขึ้น สำหรับใครที่ไม่รู้ว่าจะบูชาพระเครื่ององค์ไหนก็เข้ามาอ่านดูก่อนได้ ยิ่งช่วงนี้ฝนตกทุกวัน เรียกได้ว่าพระพิรุณทำงานอย่างขยันขันแข็งเลยทีเดียว หลายท่านโดยเฉพาะผู้ใช้ท้องถนนคงไม่ชอบสักเท่าไรเพราะนอกจากรถจะติดแล้วถนนยังลื่นทำให้ยากต่อการควบคุมรถ เผลอ ๆ หากปล่อยใจลอยแม้เพียงนิดเดียวอุบัติเหตุก็คงจะเกิดขึ้นได้ในทุกวินาที แถมระวังแค่ตัวเองอาจจะไม่พอ ต้องคอยระวังรถคันอื่นอีก!! วันนี้ CARSOME Thailand จะมาแนะนำ 10 พระเครื่องที่ควรห้อยเพื่อความแคล้วคลาดปลอดภัย มีอะไรกันบ้างไปดูกันเลยดีกว่า!
รวม 10 พระเครื่องยอดนิยม
สารบัญ
หลวงปู่ทวด
หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ
หลวงพ่อโสธร
หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค
หลวงปู่ทวด วัดช้างให้
หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน
หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ
หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก
หลวงพ่อโอภาสี แห่งอาศรมบางมด
พระเครื่อง อันดับ 1 หลวงปู่ทวด
พระเครื่องหลวงปู่ทวด
หากถามคนทั่วไปว่าพระเครื่ององค์ใดให้คุณในด้านปกปักษ์รักษา แคล้วคลาดปลอดภัย กว่า 90% จะตอบว่า พระเครื่องของ ‘หลวงปู่ทวด’ แน่นอน
หลวงปู่ทวดคือใคร? ตามประวัติที่พิมพ์เผยแพร่กล่าวว่าท่านเป็นพระเกจิอาจารย์รูปสำคัญในสมัยกรุงศรีอยุธยา ผู้ที่ศรัทธาในหลวงปู่ทวดเชื่อกันว่าพระเครื่องที่สร้างเนื่องด้วยท่านจะมีอานุภาพสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองผู้มีพระเครื่องหลวงปู่ทวดในครอบครอง ส่วนในเรื่องของปาฏิหารย์สำหรับผู้ที่ห้อยพระเครื่องหลวงปู่ทวดนั้นก็มีออกข่าวมาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น “ปิกอัพฝ่าที่กั้น รถไฟชนกระเด็น คนขับไร้รอยขีดข่วนเพราะห้อยหลวงปู่ทวด” , “ฮ.ตก 7 นักบินรอดตายปาฏิหารย์ เชื่อบารมีหลวงปู่ทวดรุ่นชนะมารที่นักบินห้อยช่วยไว้” ฯลฯ
พระเครื่อง อันดับ 2 หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ
พระเครื่อง หลวงพ่อคูณปริสุทโธ
เกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งยุค ที่แม้ปัจจุบันท่านจะละสังขารจากไปแล้ว แต่ท่านก็ทิ้งความดีเอาไว้มากมาย นอกจากนั้นยังมีเรื่องราวปาฏิหารย์เกี่ยวกับ “เหรียญหลวงพ่อคูณ”ที่เล่ากันปากต่อปากอีกด้วย ว่าขึ้นชื่อเรื่องความแคล้วคลาดปลอดภัย ใครห้อยแล้วปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ไม่ว่าเจออะไรก็จะปลอดภัยทุกครั้งไป
เรื่องปาฏิหารย์เหรียญหลวงพ่อคูณนั้นดังมานานแล้ว แต่มาดังเป็นพลุแตกหลังเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานเคเดอร์ที่ผลิตตุ๊กตาส่งนอก ที่สายสี่ พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เมื่อปี พ.ศ.2536 หนึ่งในผู้รอดชีวิตซึ่งเป็นสาวท้องแก่ได้บอกกับนักข่าวว่า เธอกำเหรียญหลวงพ่อคูณเอาไว้และอธิษฐานขอให้พุทธคุณคุ้มครอง ก่อนจะลงบันไดฝ่าไฟนรกลงมา แน่นอนว่าในวันรุ่งขึ้นเรื่องนี้ถูกเล่าขานเต็มหน้า 1 หนังสือพิมพ์ในขณะนั้น หลังจากนั้นคนมากมายที่เคยสัมผัสปาฏิหารย์ของเหรียญหลวงพ่อคูณก็ออกมาแชร์เรื่องราวของตนกันอีกเยอะแยะมากมาย จนทำให้ทุกคนลงความเห็นว่า เหรียญหลวงพ่อคูณนี่แหละ มีไว้แล้วแคล้วคลาดปลอดภัยแน่นอน
พระเครื่อง อันดับ 3 หลวงพ่อโสธร
พระเครื่องหลวงพ่อโสธร
สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแปดริ้ว ที่ไม่ต้องบอกเล่าทุกคนก็คงรู้เรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์ของพระเครื่องหลวงพ่อโสธรแน่นอน และใช่แล้ว นอกจากขึ้นชื่อเรื่องขอพรสิ่งใดก็สมปรารถนา ก็ยังขึ้นชื่อในเรื่องคุ้มครองรักษา แคล้วคลาดปลอดภัยอีกด้วย
เรื่องราวความปาฏิหารย์ของพระเครื่องหลวงพ่อโสธรนั้นอันที่จริงแล้วก็มีหลายเรื่อง แต่เรื่องที่เพิ่งเกิดเมื่อต้นปีที่ผ่านมาก็มี “ปาฏิหาริย์ แขวน พระเครื่อง “หลวงพ่อโสธร” 23 องค์ แท็กซี่ถูกกระหน่ำยิง เฉียดหัวคนขับแค่ 10 ซม.” หรือหากคุณผู้อ่านท่านใดมีเรื่องราวปาฏิหารย์ของพระเครื่องหลวงพ่อโสธรในเรื่องของความแคล้วคลาดปลอดภัยอีก สามารถแชร์เรื่องราวของท่านได้เลย
พระเครื่อง อันดับ 4 หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
มีคำพูดติดปากในหมู่คนทั่วไปว่า “ถ้ามีพระเครื่องวัดปากน้ำอยู่กับตัวแล้ว ในน้ำไม่ตาย บนบกไม่ตาย กลางอากาศไม่ตาย ลาภผลไม่ขาดมือ และมีค่าเท่ากับสมบัติพันล้าน หากมุ่งหวังสิ่งใดก็ให้อธิษฐานเถิดจักเกิดสัมฤทธิผลทุกประการ”
พระวัดปากน้ำที่หลายคนเรียกกันติดปาก จริงๆ แล้วคือ “พระผงของขวัญวัดปากน้ำ” เป็นพระที่พระมงคลเทพมุนี หรือ หลวงพ่อสด วัดปากน้ำภาษีเจริญ ธนบุรี สร้างขึ้นเพื่อมอบเป็นของขวัญให้ผู้มีจิตศรัทธาสมทบทุนช่วยกันสร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรม และมอบพระให้เป็นที่ระลึก เลยเรียกกันว่า “พระของขวัญ” ประกอบด้วยวัตถุมงคลต่างๆ มีตัวหลักเป็นผงปูน และเขียนผงเป็นยันต์วิเศษตามตำรับ เช่น ผงมหาราช ผงอิทธิเจ ผงปถมัง เป็นต้น มีมวลสารอื่นๆ อาทิ ดอกมะลิแห้งที่มีผู้นำไปบูชา เส้นเกศาของหลวงพ่อสดเอง
ผู้รับพระของขวัญไปแขวนประจำตัว ต่างก็พบกับความศักดิ์สิทธิ์และอภินิหารต่างๆ นานา บางคนรับพระของขวัญไปแล้วก็ถูกลอตเตอรี่บางคนทำมาค้าขึ้นร่ำรวยจนตัวเองก็แปลกใจ บางคนประสบอุบัติเหตุร้ายแรง คนอื่นๆ เสียชีวิตหมด มีแต่ผู้ที่แขวนพระของขวัญเท่านั้นที่รอดมาได้อย่างอัศจรรย์ นอกจากนี้ทหารไทยที่ไปรบที่ประเทศเกาหลีมักจะพากันมารับพระของขวัญและให้หลวงปู่เป่ากระหม่อมให้ และข่าวที่ดังมากเร็วนี้คือเด็กอายุเพียง 2 ปีถูกรถทับแต่ไม่มีแม้รอยขีดข่วนพอเข้าไปอุ้มก็พบว่าเด็กน้อยห้อยหลวงพ่อวัดปากน้ำ เรื่องนี้จริงไม่จริงอย่างไรก็แล้วแต่วิจารณญาณของท่านผู้อ่านอีกทีนะ
พระเครื่อง อันดับ 5 หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค
หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค
พระเครื่องหลวงพ่อปานในที่นี้คือ หลวงพ่อปาน โสนันโท แห่งวัดบางนมโค จ.พระนครศรีอยุธยา ท่านได้จัดทำพระพิมพ์ขึ้น ซึ่งพระพิมพ์ที่ว่านี่แหละที่เป็นที่นิยมบูชาของคนทั่วไป พระพิมพ์ที่จัดสร้างขึ้นในระยะแรก พระหลวงพ่อปานเรียกกันว่า “พิมพ์โบราณ” ส่วน “พิมพ์มาตรฐาน” นั้นนำออกแจกจ่ายในพ.ศ. ๒๔๖๐ ซึ่งได้รับความนิยมเสาะแสวงหา ด้วยปรากฏความศักดิ์สิทธิ์ทางด้านรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ความแคล้วคลาดจากภยันตราย ตลอดจนความเป็นสิริมงคล สมปรารถนาแก่ผู้อธิษฐานติดตัว
พระเครื่องหลวงปู่ปาน วัดบางนมโค นี้ตามความเชื่อที่สืบทอดกันมา แต่ละพิมพ์มีความเชื่อว่าคุ้มครองต่างกัน ดังนี้
พระหลวงพ่อปาน พิมพ์ทรงไก่ มีดีทางการทำมาค้าขาย และเมตตามหานิยม
หลวงพ่อปาน พิมพ์ทรงครุฑ มีดีทางอำนาจราชศักดิ์ เหมาะสำหรับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ หรือนักบริหารระดับสูง
หลวงปู่ปาน พิมพ์หนุมาน ดีทางด้านการปกครอง แคล้วคลาด คงกระพัน เหมาะสำหรับข้าราชการตำรวจ ทหาร
พระหลวงปู่ปาน พิมพ์ทรงเม่น ดีทางเกษตรกรรม ทำสวน ทำนา หรือนักค้าที่ดิน
หลวงพ่อปาน พิมพ์ทรงปลา โบราณว่า ค้าขายทางน้ำ ช่วยได้จริง
หลวงปู่ปาน พิมพ์นก เสริมความสำเร็จให้คนมีอาชีพทางการสื่อสาร นักพูด นักแสดง นักกฎหมาย นักการทูต และพ่อค้าที่จำเป็นต้องเดินทางค้าขายอยู่เป็นนิจ
สุดท้ายนี้ นอกจากการห้อยพระจะช่วยเสริมสร้างขวัญและกำลังใจได้มากมายเพียงใดแล้ว ก็อย่าลืมที่จะขับรถด้วยความไม่ประมาท พกสติไปด้วยเสมอ เมาไม่ขับ ง่วงไม่ขับ และตราบใดที่ยังมีลมหายใจ ก็ควรสร้างบุญบารมีให้เกิดขึ้นเสมอ เพื่อใช้บุญรักษาและคุ้มครองคุณได้ตลอดไป
พระเครื่อง อันดับ 6 หลวงปู่ทวด วัดช้างให้
หลวงปู่ทวด วัดช้างให้
หลวงปู่ทวด วัดช้างให้หรืออีกชื่อที่หลาย ๆ คนรู้จักกันดีอีกชื่อก็คือ หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ซึ่งเป็นที่ลือเลื่องมากในเรื่องพุทธคุณเกี่ยวกับการแคล้วคลาดจากภยันตราย เชื่อกันว่าผู้ที่บูชาหลวงปู่ทวดนั้นจะรอดจากอุบัติเหตุอย่างปาฏิหาริย์ ซึ่งมีเรื่องเล่าปากต่อปากกันต่อมาถึงความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงปู่ทวดกันมาหลายรอด อย่างเช่นเรื่องราวของหน่วยรักษาความปลอดภัยของผู้ชุมนุมที่ถูกลอบยิงกลางดึกด้วยอาวุธปืน โดยทิศทางกระสุนพุ่งตรงเข้าหน้าอก แต่ทว่ากลับกระแทกเข้ากับ “พระเครื่อง” จนกระสุนแฉลบออกจากจุดอันตรายของร่างกาย
ถ้าหากต้องออกเดินทางและกังวลเรื่องอันตรายที่ไม่คาดคิดก็ขอให้ก่อนออกเดินทางท่องคาถาบทหลวงปู่ทวด โดยเริ่มต้นด้วยการตั้งนะโม 3 จบ แล้วก็ระลึกถึงคุณพระ เป็นการขอพรบารมีให้ท่านคุ้มครอง ซึ่งผู้ที่ศรัทธาส่วนใหญ่เชื่อว่าคาถาของหลวงปู่ทวด โดยเฉพาะคาถา “นะโม โพธิสัตโต อาคันติมายะ อิติภะคะวา” นี้จะเป็นการช่วยให้รอดพ้นจากภยันอันตรายทั้งปวงนั่นเอง
พระเครื่อง อันดับ 7 หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน
พระเครื่องหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน
หลวงพ่อเงิน วัดบางคลานถือว่าเป็นสุดยอดแห่งพุทธคุณในด้านอิทธิฤทธิ์การแคล้วคลาดคงกระพันชาตรี และเสน่ห์เมตตามหานิยมโดยเฉพาะในด้านค้าขายอีกด้วย ประวัติเดิมนั้นหลวงพ่อเงิน พุทธโชติ เกิดวันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๓๕๓ ตรงกับรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดบางคลาน จ.พิจิตร ฉายาของหลวงพ่อเงินได้มาตอนเมื่อได้เข้าอุปสมบทที่วัดชนะสงคราม และเมื่อครบ 3 พรรษาก็ได้มาถวายตัวเป็นศิษย์กับ เจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒจารย์(โต) พรหมรังสีวัดระฆังโฆสิตาราม เพื่อศึกษาศิลปวิทยาคมและเรียนวิปัสสนาธุระ หลังจากนั้นหลวงพ่อเงินได้ย้ายมาจำพรรษาที่ วัดบางคลาน (วัดหิรัญญาราม) จ.พิจิตร ซึ่งท่านผู้ที่มีญาณวิเศษและยังเป็นหมอเชี่ยวชาญในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้แก่ชาวบ้านได้อย่างชะงัดอีกด้วย
พระเครื่องหลวงพ่อเงิน วัดบางคลานจึงเป็นอีกหนึ่งในตำนานของพระเครื่องไทย ซึ่งทุกรุ่นขึ้นชื่อว่ามีประสบการณ์ดีทางด้านคงกระพันชาตรี แคล้วคลาดจากภัยทั้งปวง เมตตามหานิยม โชคลาภ และค้าขายโดยที่นิยมบูชานั้นมี 4 พิมพ์ได้แก่ รูปหล่อพิมพ์นิยม รูปหล่อพิมพ์ขี้ตา เหรียญหล่อพิมพ์จอบใหญ่ และเหรียญหล่อพิมพ์จอบเล็ก ซึ่งถ้านับอายุการสร้างถึงวันนี้ก็มีอายุประมาณ ๑๐๐ ปีได้แล้ว
พระเครื่อง อันดับ 8 หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ
หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน
หลวงพ่อเดิม เป็นพระเกจิที่มีชื่อเสียงโด่งดังในจังหวัดนครสวรรค์และได้รับการยกย่องให้เป็น เทพเจ้าแห่งเมืองสีแคว เพราะหลวงพ่อเดิมนั้นเป็นที่เคารพและศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ วัตถุมงคลที่ได้รับความนิยมสูงสุดของท่านจะเป็นรุ่น พระรูปเหมือนปั๊มรุ่นแรก ปี 2482 (พิมพ์นิยม) ซึ่งรุ่นนี้เป็นที่เลื่องลือโดยเฉพาะความเข้มขลัง และถือว่าเป็นหนึ่งในวัตถุมงคลหายากที่ได้รับความนิยมมากๆในหมู่ของนักสะสมพระเครื่อง และในปัจจุบันก็ถือเป็นรุ่นที่มีมูลค่าสูงมากอีกด้วย ส่วนใหญ่พระเครื่องหลวงพ่อเดิมจะเน้นพุทธคุณในเรื่อง แคล้วคลาด มหาอุด คงกระพันและเมตตามหานิยม
พระเครื่อง อันดับ 9 หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก
หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก
หลวงพ่อจง พุทธัสสโร เป็นหนึ่งในสี่เกจิพระอาจารย์ชื่อดังช่วงสงครามอินโดจีน ซึ่งประวัติของหลวงพ่อจงนั้นถือกำเนิดที่ ต.หน้าไม้ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ปี พ.ศ.2415 บวชเป็นสามเณรตอนอายุ 12 ปี เมื่ออายุครบอุปสมบทจึงบวชเป็นพระภิกษุ ณ วัดหน้าต่างใน หลังจากจึงได้ ไปจำพรรษาที่วัดหน้าต่างในเพื่อศึกษาวิชาจากพระอาจารย์โพธิ์ และร่ำเรียนด้านวิปัสสนากรรมฐานจากหลวงปู่ปั้นแห่งวัดพิกุลซึ่งเป็นสุดยอดพระเกจิดังในยุคนั้น หลังจากที่หลงพ่อจงได้เข้าสู่สมณเพศ อาการต่างๆ ที่เป็นเมื่อตอนเด็กนั้นหายไปจนหมดสิ้น (ตอนเด็ก ๆ ท่านมีปัญหาเซื่องซึม หูตาฝ้าฟางมองไม่ค่อยชัดเจน) และสามารถศึกษาร่ำเรียนวิทยาการต่างๆ จากพระอาจารย์ทั้งหลายได้อย่างเชี่ยวชาญและแตกฉาน จนกระทั่งปี พ.ศ. 2450 เจ้าอาวาสวัดหน้าต่างนอกว่างลง ชาวบ้านจึงนิมนต์ท่านเป็นเจ้าอาวาสสืบต่อ พุทธคุณที่โดดเด่นของพระเครื่องหลวงพ่อจงนั้นจะเน้นในเรื่องการแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี และเมตตามหานิยม
พระเครื่อง อันดับ 10 หลวงพ่อโอภาสี แห่งอาศรมบางมด
หลวงพ่อโอภาสี แห่งอาศรมบางมด
มาถึงอันดับสุดท้าย พระเครื่องหลวงพ่อโอภาศรี แห่งอาศรมบางมด หลวงพ่อท่านมีนามเดิมว่า ชวน มะลิพันธุ์ เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2441 ที่ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ท่านได้บวชเป็นสามเณรที่วัดโพธิ์ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช และเมื่ออายุครบ 20 ปี ท่านได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ โดยมีสมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากที่หลวงพ่อได้ศึกษาธรรมะจนได้เปรียญ 5 ประโยค ท่านก็ได้หันเหความสนใจไปศึกษาในด้านวิชาอาคมและได้เดินธุดงค์ไปเรียนวิชาอาคมจากหลายพระอาจารย์ต่าง ๆ เป็นเวลาเกือบ 20 ปี
อีกทั้งท่านยังเป็นศิษย์ของหลวงพ่อกบ วัดเขาสาลิกา จ.นครนายก และได้ศึกษาวิชาบูชาเพลิง เรื่องเพ่งกสินไฟ เพื่อให้จิตสงบนิ่ง ท่านนำสิ่งของทุกอย่างที่ลูกศิษย์ถวายมาโยนเข้ากองไฟหมด ไม่ว่าสิ่งนั้นจะมีมูลค่าสูงเพียงใด ด้วยความมุ่งมั่นในการบำเพ็ญเพียร ทำให้ท่านมีจิตที่กล้าแกร่ง วิชาอาคมเข้มขลัง และนี่ก็เป็นสาเหตุให้ผู้ที่บูชาพระเครื่องของหลวงพ่อโอภาศรีได้ประสบกับเหตุการณ์อัศจรรย์ใจอย่างเช่น รอดจากภัยอันตรายได้อย่างปาฏิหาริย์ และยิงฟันแทงไม่เข้า นี่อาจจะเป็นเพราะหลวงพ่อนั้นมีความแข็งแกร่งด้านอาคมอยู่แล้ว และทำให้พระเครื่องของท่านมีความโดดเด่นในพุทธคุณด้านนี้นั่นเอง
สุดท้ายนี้ นอกจากการห้อยพระจะช่วยเสริมสร้างขวัญและกำลังใจได้มากมายเพียงใดแล้ว ก็อย่าลืมที่จะขับรถด้วยความไม่ประมาท พกสติไปด้วยเสมอ เมาไม่ขับ ง่วงไม่ขับ และตราบใดที่ยังมีลมหายใจ ก็ควรสร้างบุญบารมีให้เกิดขึ้นเสมอ เพื่อใช้บุญรักษาและคุ้มครองท่านได้ตลอดไป
โครงการซีเนี่ยร์คอมเพล็กซ์ประชารัฐ ประจำ ปี่ 2567
ข่าวสารสัมพันธ์
on
กุมภาพันธ์ 14, 2568
ไม่มีความคิดเห็น:
จุลสารธรรมะ คนตื่นพระ ที่มาของเหตุผลการจัดทำ สืบเนื่องการสื่อสารและการส่งเสริมการเขียน การรวบรวมความรู้ เพื่อบันทึกและการจดจำในไซเบอร์
จุลสารธรรมะ คนตื่นพระ ที่มาของเหตุผลการจัดทำ สืบเนื่องการสื่อสารและการส่งเสริมการเขียน การรวบรวมความรู้ เพื่อบันทึกและการจดจำในไซเบอร์ บันทึกสิ่งที่ดีงามและเหตุการณ์ที่น่าจดจำ ในสิ่งที่ดีๆนำเล่าสู่ลูกหลานฟังในอนาคต ที่มาเรื่องเล่าที่แสนดี ของตายาย ณะสถานที่วัดเขาบังเหยฯ จ.ชัยภูมิ ที่จะไม่ลืมเลือนไปจากสาระบบ หรือในตำราการเรียนรู้ ดั่งที่ผ่านมา เช่นเรื่องเล่า ที่ดอยแม่ปั๋ง ทุกวันนี้จะหาสีบค้นไม่ได้แล้ว กระผมจึงจัดทำเพื่อบันทึกเหตุการเท่าที่เห็นได้ดูได้ เล่าต่อไป แม้นจะเป็นช่วงสั้นๆในเหตุการณ์ อาจะไม่ทั้งหมดแต่ก็มีภาพสวยๆมาฝากเป็นเหตุการณ์จริง จึงบันทึกแนบท้ายมาให้ชม ......
จุลสารธรรมะ คนตื่นพระ ที่มาของเหตุผลการจัดทำ สืบเนื่องการสื่อสารและการส่งเสริมการเขียน การรวบรวมความรู้ เพื่อบันทึกและการจดจำในไซเบอร์
จุลสารธรรมะ คนตื่นพระ ที่มาของเหตุผลการจัดทำ สืบเนื่องการสื่อสารและการส่งเสริมการเขียน การรวบรวมความรู้ เพื่อบันทึกและการจดจำในไซเบอร์ บันทึกสิ่งที่ดีงามและเหตุการณ์ที่น่าจดจำ ในสิ่งที่ดีๆนำเล่าสู่ลูกหลานฟังในอนาคต ที่มาเรื่องเล่าที่แสนดี ของตายาย ที่เขาบังเหย จะไม่ลืมเลือนไปจากสาระบบ หรือในตำรา ดั่งที่ผ่านมา เช่นเรื่องเล่า ที่ดอยแม่ปั๋ง ทุกวันนี้จะสีบค้นไม่ได้แล้ว กระผมจึงจัดทำเพื่อบันทึกเหตุการเท่าที่เห็นได้ดูได้ เล่าต่อไป......
ขอขอบพระคุณโรงทาน ที่มีอาหารมากมายคอยต้อนรับผู้มาเยือน ขอบพระคุณคณะกรรมการและท่านผู้จัดงานอาคารสถานที่ ที่มีภาพองค์ประกอบที่สวยงามให้ถ่ายรูปบันทึกภาพไว้เล่าเรื่องที่แสนดี เขาบังเหยฯ ขอบคุณ ทุกท่านที่มาร่วมงานจากใจอันเป็นกุศลบุญ ที่ยิ่งใหญ่ได้มาสร้างกรรมดีร่วมกัน ขอบคุณโรงยาที่ มียาดี ไว้แจกผู้มาเยือนกลิ่นน้ำมันยานี้ช่างหอมชื่นใจเหลือเกิน ขอบคุณ ท่านกำนันผู้ใหญ่บ้าน ลูกบ้านทั้งลูกหลานทุกๆคนที่มางานบริการต้อนรับ จนเกิดสิ่งที่สวยงามในวันนี้ ขอบคุณ ท่านลูกษ์ท่กท่านที่คอยบริการทำความสะอาดห้องน้ำและลานวัดที่สะอาดน่านั่งน่านอน ขอบคุณ บริกร-ไวยากรวัดที่บรรยายให้ความรู้ มากมาย จากสิ่งที่ไม่เคยได้รับรู้กับรู้ในธรรมเนียม ผู้เข้าวัดมาทำบุญ ขอบคุณกราบท่านพระอาจารย์ นก ที่ได้มอบของฝากเป็นที่ระรึกไว้ป้องกันภัยและเป็นขวัญกำลังใจในการมาทำบุญในคราวนี้ ขอขอบคุณ ท่านพี่น้อง อปพร.ตำบลและท่าน พนักงานตำรวจและทหาร ที่มาบอกทางการเดินทางของ ผู้แสวงบุญในคราวนี้สุดยอดที่บริการประทับใจ สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณ ท่านอาจารย์ คุณครู น้อย พัชรกรพรรณ กองสี ที่คอยเฝ้าแนะนำทิศทางบุญ ในการมาแสวงบุญครั้งนี้ การได้รับผลบุญครั้งนี้ ขอให้กระผม ดร.ชยณัฎฐ์ แสงมณีและครูน้อย พัชรกรพรรณ กองสี จงสำเร็จผลในการทำงานและสุขภาพดีร่ำรวยสืบเนื่องตลอดไป สาธุๆ ขอเดินทางด้วยยานพาหะนะวิเศษสวนตัวกลับ อย่างสุขสมอารมณ์หมาย สาธุๆ
โครงการซีเนี่ยร์คอมเพล็กซ์ประชารัฐ ประจำ ปี่ 2567
ข่าวสารสัมพันธ์
on
กุมภาพันธ์ 14, 2568
ไม่มีความคิดเห็น:
ประวัติวันเข้าพรรษา มีความเป็นมาอย่างไร วันเข้าพรรษา 2567 ตรงวันอะไร วัดถ้ำลอดเจริญธรรม อ. เนินมะปราง มีคำตอบ
ประวัติวันเข้าพรรษา มีความเป็นมาอย่างไร วันเข้าพรรษา 2567 ตรงวันอะไร วัดถ้ำลอดเจริญธรรม อ. เนินมะปราง มีคำตอบ
ประวัติวันเข้าพรรษา มีความเป็นมาอย่างไร วันเข้าพรรษา 2567 ตรงวันอะไร
Shopee TH by Shopee TH January 26, 2024in Special OccasionReading Time: 4 mins read
Shopee Blog ประวัติวันเข้าพรรษา
วันเข้าพรรษา นับว่าเป็นวันสำคัญในพุทธศาสนาวันหนึ่ง ที่พุทธศาสนิกชนรู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ซึ่งวันเข้าพรรษามักจะมาพร้อมกับสโลแกนที่หลายคนคุ้นหูนั่นก็คือ “งดเหล้าเข้าพรรษา” ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีในการลดละเลิกการดื่มเหล้า เหมือนเป็นกุศโลบายเพื่อให้ร่างกายได้พักจากการดื่มเหล้าบ้างไรบ้าง โดยวันเข้าพรรษาจะเริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี แล้วไปสิ้นสุดในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 หรือ วันออกพรรษา และวันเข้าพรรษา 2567 ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ.2567 เมื่อรู้กันแล้ววันเข้าพรรษา 2567 ตรงกับวันที่เท่าไหร่ คราวนี้ลองมาดู ประวัติวันเข้าพรรษา ความสําคัญของวันเข้าพรรษา และกิจกรรมวันเข้าพรรษามีอะไรบ้าง ติดตามอ่านบทความได้ที่ Shopee
หัวข้อต่างๆ ของบทความนี้
ประวัติวันเข้าพรรษา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
ประวัติวันเข้าพรรษา พระพุทธรูปปางลีลา
สำหรับความเป็นมาและประวัติวันเข้าพรรษา เราขอเล่าประวัติแบบย่อ ๆ คือ ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้ายังไม่ได้กำหนดให้มีการจำพรรษาในวันเข้าพรรษา โดยพระสงฆ์ต่างพากันเดินทางออกไปเผยแพร่พระพุทธศาสนาตามสถานที่ต่าง ๆ แบบไม่หยุดหย่อนไม่มีย่อท้อแม้แต่นิดเดียว ทั้งฤดูหนาว ฤดูฝน และฤดูร้อน แม้ต้องเดินทางไปในที่กันดานแค่ไหนก็ตาม การเดินทางบางครั้งต้องผ่านชุมชนบ้านเรือนของชาวบ้าน จนทำให้ชาวบ้านพากันติเตียนพระสงฆ์ว่าจะไม่มีการหยุดเดินทางแม้แต่ช่วงฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงที่ชาวบ้านทำไร่ทำนา พระสงฆ์อาจจะไปเหยียบย่ำข้าวกล้า ที่เพิ่งงอกออกมาใหม่ ๆ จนทำให้เกิดความเสียหายได้
และเมื่อพระพุทธเจ้าทราบเรื่อง ถึงความเดือดร้อนของชาวบ้าน พระพุทธเจ้าจึงได้วางระเบียบ โดยให้พระสงฆ์ประจำอยู่ที่วัดใดวัดหนึ่ง ในช่วงฤดูฝน ซึ่งที่มีกำหนดระยะเวลา 3 เดือน พระสงฆ์ที่เข้าจำพรรษาแล้วจะไปค้างแรมที่อื่นไม่ได้ หรือเรียกว่า “จำพรรษา” นั่นเอง แต่ถ้ามีเหตุธุระจำเป็นอันชอบด้วยพระวินัย สามารถเดินทางออกไปได้แต่จะต้องกลับมายังวัดเดิมภายใน 7 วัน ก่อนรุ่งสว่าง ถ้าหากกลับมาไม่ทันเวลาก็จะถือว่าพระสงฆ์รูปนั้น “ขาดพรรษา” ทั้งนี้ หากพุทธศาสนิกชนอยากจะฟังเทศน์ฟังธรรมก็ให้เข้ามาที่วัด
ทั้งนี้ กรณีที่พระสงฆ์ผู้ที่จำพรรษาสามารถออกไปค้างอื่นได้ ด้วยเหตุผลดังนี้
พระสงฆ์เจ็บป่วยจะต้องไปรักษา หรือกรณีที่บิดามารดาที่เจ็บป่วย
การเดินทางออกไปเพื่อระงับไม่ให้พระภิกษุสึก
เพื่อออกไปทำกิจธุระของคณะสงฆ์ เช่น การออกไปซื้ออุปกรณ์มาเพื่อซ่อมกุฏิที่ชำรุด
กรณีที่ทายกนิมนต์ไปทำบุญ เพื่อไปฉลองศรัทธาในการบำเพ็ญกุศลของเขา (ทายก คือ ผู้ถวายจตุปัจจัยแก่ภิกษุสามเณร หากเป็นผู้หญิงจะเรียกว่าทายิกา)
ความสำคัญของวันเข้าพรรษา
พระสงฆ์กำลังสวดมนต์
วันเข้าพรรษา เป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนาที่ต่อเนื่องมาจาก วันอาสาฬหบูชา (วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8) ซึ่งเป็นวันที่พุทธศาสนิกชนต่างเข้าวัดมาทำบุญ โดยความสำคัญของวันเข้าพรรษานั้นคือ
พระสงฆ์จะได้อยู่ศึกษาพระธรรมวินัยอย่างเต็มที่ในขณะที่จำพรรษาตลอดระยะเวลา 3 เดือน
เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้มีโอกาสบำเพ็ญกุศล เช่น ถวายผ้าอาบน้ำฝน การหล่อเทียนพรรษา เข้าวัด ทำบุญตักบาตร รักษาศีล เจริญภาวนา ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม และยังได้มีโอกาสในการฟังเทศน์ฟังธรรมตลอดเวลาเข้าพรรษา
เป็นเทศกาล “งดเหล้าเข้าพรรษา” สำหรับพระพุทธศาสนิกชน เพื่อให้ลดละเลิกสิ่งอบายมุขและของมึนเมา แล้วให้พุทธศาสนิกชนได้มีโอกาสบำเพ็ญทาน รักษาศีลฟังธรรม และเจริญภาวนามากยิ่งขึ้น
ให้พระสงฆ์ได้หยุดพักจากการไปเผยแพร่ศาสนาตามที่ต่าง ๆ และเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดการเหยียบย่ำการปลูกพืชพันธ์ของชาวบ้านที่ปลูกไว้ในฤดูฝน
หลังจากที่พระสงฆ์ได้ออกเดินทางจาริกไปเผยแผ่พระพุทธศาสนามาเป็นเวลา 8 – 9 เดือน ในช่วงวันเข้าพรรษาจะเป็นช่วงที่ให้พระสงฆ์ได้หยุดพักผ่อน
ยายหลานกำลังตักบตรให้เณร
ประเภทของการเข้าพรรษาของพระสงฆ์
สำหรับการเข้าพรรษาตามพระวินัยของพระสงฆ์นั้น สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้
1. ปุริมพรรษา
การเข้าพรรษาแรก หรือ ปุริมพรรษา จะเริ่มวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 (ในปีอธิกมาสจะมีเดือน 8 สองหน จะเริ่มในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 หลัง) จนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งหลังจากที่ได้ออกพรรษาแล้ว พระสงฆ์ที่อยู่จำพรรษาครบ 3 เดือน ก็จะมีสิทธิในการรับกฐินในช่วงเวลาหนึ่งเดือน
2. ปัจฉิมพรรษา
การเข้าพรรษาหลัง หรือ ปัจฉิมพรรษา จะใช้ในกรณีที่พระสงฆ์มีเหตุสุดวิสัยไม่สามารถกลับมาเข้าพรรษาแรกได้ จึงต้องรอเข้าพรรษาหลังในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 9 และไปออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 พระสงฆ์ที่จำพรรษาในวันออกพรรษาหลังนั้นจึงไม่มีสิทธิ์ได้รับกฐิน
กิจกรรมวันเข้าพรรษาของชาวพุทธ
ประเพณีวันเข้าพรรษาไม่ใช่เป็นแค่เพียงช่วงที่พระสงฆ์ถือศีลเข้าพรรษาเพียงฝ่ายเดียว แต่พุทธศาสนิกชนยังถือโอกาสได้บำเพ็ญกุศลด้วยการทำกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงการทำพิธีทางศาสนาที่จะต้องทำในประเพณีเข้าพรรษาด้วยเช่นกัน พิธีทางศาสนาที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายที่มักทำกันในช่วงวันเข้าพรรษา มีดังนี้
1. การหล่อและถวายเทียนพรรษา
การหล่อและถวายเทียนพรรษานั้น เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่มีความสำคัญและนิยมทำกันในช่วงวันเข้าพรรษาเลยก็ว่าได้ แม้ว่าปัจจุบันการหล่อเทียนพรรษานั้นอาจจะไม่ได้จำเป็นมากนัก แต่ยังเป็นกิจกรรมที่ได้รับการส่งเสริม และให้ถือว่าเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่มีความสำคัญ สำหรับประเพณีที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา ที่ทำสืบกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งการหล่อและถวายเทียนเข้าพรรษา ได้กลายมาเป็นประเพณีแห่เทียนพรรษาที่โด่งดังที่สุดในประเทศไทยคือที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งประชาชนได้ชมความสวยงามวิจิตรตระการตาของขบวนแห่เทียนพรรษา ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะเปลี่ยนมาถวายหลอดไฟฟ้า แต่ประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาก็ยังคงอยู่ไว้เช่นเดิม
ถวายดอกไม่้และเทียนแก่พระสงฆ์
2. การถวายผ้าอาบน้ำฝนและจตุปัจจัย
พิธีนี้จะทำในประเพณีเข้าพรรษา ซึ่งผ้าอาบน้ำฝนหรือผ้าวัสสิกสาฏก เป็นผ้าที่ใช้สำหรับเปลี่ยนสรงน้ำสำหรับพระสงฆ์ เหตุที่ต้องถวายผ้าอาบน้ำฝนเพราะเนื่องจากในสมัยพุทธกาล พระสงฆ์มีผ้าสบงเพียงผืนเดียว จึงจำเป็นจะต้องเปลือยกายเวลาอาบน้ำ ทำให้ดูไม่งาม นางวิสาขาจึงทำการถวายผ้าอาบน้ำฝนให้พระสงฆ์เป็นคนแรก และทำเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในวันเข้าพรรษาต่อ ๆ กันมาถึงปัจจุบัน
ใส่บาตรให้พระสงฆ์
3. การเข้าวัดทำบุญใส่บาตร
การเข้าวัดทำบุญใส่บาตร ฟังพระธรรมเทศนา ถือเป็นกิจกรรมที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยทุกคน มักจะทำในช่วงวันสำคัญทางพุทธศาสนาไม่ว่าจะเป็นวันอะไรก็ตาม ซึ่งหนึ่งในนั้นก็จะเป็น วันเข้าพรรษา 2567 ด้วยเช่นกัน ซึ่งถือเป็นการทำบุญต่อเนื่องกันสองวันต่อจากวันอาสาฬหบูชา โดยคนส่วนใหญ่ที่เข้าวัดในช่วงวันเข้าพรรษานั้นก็มักจะเข้าไปทำบุญใส่บาตร ฟังพระธรรมเทศนา หรือบางคนเลือกที่จะบวชพระภิกษุเพื่อ เพื่ออยู่จำพรรษตลอดฤดูพรรษากาลทั้ง 3 เดือน หรือที่เรียกว่า “การบวชเอาพรรษา” นั่นเอง สำหรับการรักษาศีล ใส่ชุดปฏิบัติธรรม ทำจิตใจให้ผ่องใส และกิจกรรมตักบาตรมีด้วยกันหลายวัด เช่น วัดพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี มีการตักบาตรดอกไม้เป็นประจำทุกปี และวัดในกรุงเทพฯ เช่น วัดบวรนิเวศฯ วัดเบญจมบพิตร วัดราชบพิธฯ ฯ ใครอยากจะลองตักบาตรดอกไม้ในช่วงวันเข้าพรรษาก็ลองไปที่วัดดังกล่าวได้เลย
ไหว้พระพุทธรูป
4. ร่วมฟังเทศน์มหาชาติ
นอกจากการเข้าวัดทำบุญตักบาตรแล้ว ก็ยังมีกิจกรรมฟังเทศน์มหาชาติ ถือเป็นหนึ่งในประเพณีเทศน์มหาชาติจะจัดในเทศกาลวันเข้าพรรษา 2567 การเทศน์มหาชาติ คือการเทศนาเวสสันดรชาดก โดยจะแบ่งการพรรณาออกเป็นตอน ๆ ทั้งหมด 13 กัณฑ์ เชื่อว่าหากใครที่ฟังเทศน์มหาชาติจบทั้งหมด 13 กัณฑ์จะได้ไปสุคติภูมิ หรือเกิดบนสวรรค์ และการฟังเทศน์มหาชาติจบภายในวันเดียวจะได้รับอานิสงส์เป็นอย่างมาก
5. ละเว้น/งดเว้น อบายมุขต่าง ๆ
สำหรับการละเว้น งดเง้น และอบายมุขต่าง ๆ รวมถึงกิจกรรม “งดเหล้าเข้าพรรษา” เป็นกิจกรรมที่หน่วยงานภาครัฐได้ให้การสนับสนุน จัดแคมเปญงดเหล้าเข้าพรรษา ถึงแม้ว่าการงดเหล้าจะเป็นระยะเวลาสั้น ๆ เพียงแค่ 3 เดือน อาจจะไม่เพียงพอต่อการงดเหล้า เพื่อให้ได้สุขภาพที่ดี แต่ยังถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเลิกเหล้าไปตลอดชีวิตก็เป็นได้
6. ได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว
สำหรับวันเข้าพรรษา 2567 ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ.2567 เนื่องในโอกาสเป็นวันสำคัญทางพระพุทธทางศาสนา ทุกคนควรพิจารณาใช้เวลาได้อยู่กับครอบครัว ทำกิจกรรมวันเข้าพรรษา เช่น ตักบาตร เข้าวัดฟังธรรม ไหว้พระ สวดมนต์
ผู้หญิงสวยใส่ชุดไทย ไหว้พระพุทธรูป
อานิสงส์ในการถวายเทียน/หลอดไฟในวันเข้าพรรษา
สำหรับชาวพุทธที่ได้ถวายเทียนหรือหลอดไฟในวันเข้าพรรษานั้น จะได้รับอานิสงค์ดังนี้
เจริญไปด้วยมิตรบริวาร
เมื่อจากโลกนี้ไปย่อมมีกายทิพย์อันสว่างไสว
เมื่อลาลับโลกนี้ไปแล้วย่อมนำไปสู่สุคติสวรรค์
ย่อมเป็นที่รักของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน รวมถึงเทวดาทั้งหลาย
หากบารมีมากพอ ย่อมทำให้เกิดดวงตาจักษุ คือปัญญารู้แจ้งเข้าสู่พระนิพพาน
ส่งเสริมให้ผู้ถวายเทียนมีความรุ่งเรืองด้วย ลาภ ยศ สรรเสริญ ชีวิตสว่างไสวรุ่งเรือง
แสงเทียนหรือแสงไฟ เปรียบเสมือนเป็นแสงสว่างเพื่อให้เกิดปัญหา ทั้งชาตินี้และชาติหน้า
ช่วยทำให้คลี่คลายเรื่องราวต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี สามารถจัดการปัญหาให้ร้ายกลายเป็นดี
และทั้งหมดนี้คือ ประวัติวันเข้าพรรษา ฉบับย่อ ๆ ช่วยให้พุทธศาสนิกชนได้รู้จักถึงความเป็นมาและประวัติของวันเข้าพรรษมากขึ้น โดยวันเข้าพรรษา 2567 ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ.2567 เนื่องในโอกาสวันพระ ลองชวนครอบครัวเข้าวัดมาทำทำบุญใส่บาตร ฟังพระธรรมเทศนา เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต หรือถ้าใครไม่มีเวลาก็สามารถสวดมนต์ นั่งสมาธิที่บ้านได้เช่นกัน รวมถึงการรักษาศีล ลดละเว้นพวกอบายมุขต่าง ๆ และงดเหล้าเข้าพรรษา ก็คือเป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง อ่านบทความเกี่ยวกับศาสนา เช่น เวียนเทียนวันอาสาฬหบูชาที่ไหนดี และเทศกาล วันสำคัญต่างๆ ได้ที่ Shopee Blog
โครงการซีเนี่ยร์คอมเพล็กซ์ประชารัฐ ประจำ ปี่ 2567
ข่าวสารสัมพันธ์
on
กรกฎาคม 21, 2567
ไม่มีความคิดเห็น:
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)












































